วิธีกิน พาราเซตามอล อย่างถูกต้อง

blog image

พาราเซตามอล ตลอดชีวิตที่ผ่านมาใช้ ‘ถูก’ หรือ ‘ผิด’ สรรพคุณ

Posted: February 24,2017
ถ้ารู้สึกปวดทีไร ไม่ว่าปวดศีรษะ ปวดตา ปวดฟัน ปวดหู ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เคล็ด ขัดยอก ปวดแผล ปวดประจำเดือน หรือเป็นไข้หวัด คุณก็คว้า ‘ยาพาราเซตามอล’ มารับประทานทันที เพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการปวดให้คลายลง เพราะคุ้นเคยกับยาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่คุณมั่นใจแค่ไหนว่าที่ผ่านมาใช้ยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัยตรงกับสรรพคุณ ไม่ได้กำลังก่อโทษผ่อนส่งให้กับร่างกายตัวเอง เพราะคุณต้องไม่ลืมว่าพาราเซตามอลไม่ใช่ยาครอบจักรวาล แต่มีคุณและโทษเช่นเดียวกับยาชนิดอื่น
ครั้งนี้เราจึงนำเรื่องราวของพาราเซตามอลมากล่าวถึง เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักยาสามัญประจำบ้านชนิดนี้ดียิ่งขึ้น และใช้อย่างอย่างถูกต้องปลอดภัย


 ยาพาราเซตามอลคืออะไร? 
‘ยาพาราเซตามอล’ (Paracetamol) หรือ ‘อะเซตามิโนเฟน’ (Acetaminophen) เป็นยาบรรเทาปวดและลดไข้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและหาซื้อได้ง่าย โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มของยาแก้อักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตรอยด์และโอปิออย์ ซึ่งเป็นตัวยาที่มักใช้เพื่อบรรเทาไข้ อาการปวดศีรษะ อาการปวดเมื่อย และโรคหวัดหรือไข้หวัด


 สรรพคุณของยาพาราเซตามอล 
ยาพาราเซตามอลช่วยบรรเทาอาการปวดจากสาเหตุต่างๆ ได้หลากหลาย หากใช้ในรูปแบบยาเดี่ยว พาราเซตามอลมีฤทธิ์ลดอาการปวดได้ แต่บรรเทาอาการปวดได้เพียงระดับอ่อนถึงปานกลางเท่านั้น  และมีฤทธิ์ลดไข้ได้ดี แต่หากได้รับเกินขนาดจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการทำงานของตับ เช่น เซลล์ตับถูกทำลาย ทำให้อาการของตับอักเสบแย่ลงหรือกำเริบ ตับวายเฉียบพลัน และหากได้รับยาต้านพิษไม่ทันเวลาก็จะทำให้เสียชีวิต


 การใช้ยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัย 
โดยทั่วไปยาพาราเซตามอลจะปลอดภัยต่อมนุษย์ หากได้รับยาในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งห้ามรับประทานเกิน 4,000 มิลลิกรัม (8 เม็ด) ต่อวันในวัยผู้ใหญ่ และห้ามรับประทานเกินครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม (2 เม็ด) อีกทั้งห้ามเกิน 2,000 มิลลิกรัม (4 เม็ด) ต่อวันสำหรับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และควรระมัดระวังการใช้ยาพาราเซตามอลกับผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ส่วนในเด็กไม่ควรใช้เกินวันละ 1,200 มิลลิกรัม และทุกคนควรใช้ยาพาราเซตามอลเฉพาะเมื่ิอมีอาการเจ็บป่วยจริงๆ เท่านั้น


 อาการปวดบางชนิดที่พาราเซตามอลไม่เหมาะจะรักษา 
• อาการปวดรุนแรง อาทิ ปวดจากแผลผ่าตัดใหญ่หรือโรคมะเร็ง
• อาการปวดบางแบบที่มีลักษณะแปลกๆ เช่น ปวดแสบปวดร้อน เสียวแปลบเป็นพักๆ ปวดเหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่มแทง ปวดเหมือนไฟฟ้าช็อต หรือปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย อาการเหล่านี้ปวดจากเส้นประสาททำงานผิดปกติและเกิดอาการชาด้วย ซึ่งยาพาราเซตามอลมีผลในการรักษาน้อยมาก และการปวดเส้นประสาทอาจมีอาการเรื้อรังจากการใช้ยาพาราเซตามอลเป็นเวลานานก็ได้ ดังนั้น ควรพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง
• อาการปวดศีระษะที่เกิดบ่อยๆ เช่น ปวดไมเกรนมากกว่า 3 - 4 ครั้งต่อเดือน หรือปวดศีรษะจากความเครียดมากกว่าเดือนละ 15 วัน ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรคอย่างละเอียด

นอกจากข้อมูลเหล่านี้ ทุกครั้งที่ใช้ยาทุกชนิด ไม่เฉพาะยาพาราเซตามอล คุณผู้อ่านต้องไม่ลืมหรือละเลยที่จะอ่านฉลากยาหรือซองยาด้วยนะคะ เพื่อจะได้ใช้ยาอย่างถูกต้องตรงกับอาการป่วยและเกิดความปลอดภัยต่อตัวเอง

 

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

line




 

 

Latest Post